วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565

"ตัวตน" ที่เป็นเรา "มี" หรือ "ไม่มี" ? - เบื้องหลังของความอยากได้อยากดี เพื่อสนอง "ตัวตน" ที่เชื่อว่า "เป็นเรา" ไม่ว่าจะศาสนาใด การสวดมนตร์อ้อนวอนขอพรต่อ "สิ่งที่มองไม่เห็น" ซึ่งมีอำนาจเหนือมนุษย์ ตั้งแต่ พระเจ้า พระพรหม เทพเจ้า เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลงมาถึง เจ้าป่าเจ้าเขา เทพา อารักษ์ พญานาค หรือวิญญาณผี นางไม้ นางตะเคียน นางตานี ฯลฯ

3 ความคิดเห็น:

เวลา วันเสาร์, 03 กันยายน, 2565 , Blogger ไม่เสียชาติเกิด กล่าวว่า...

ทุกคนต่างก็เชื่อว่า "ตัวตน" ที่เป็นเรา "มี" อยู่จริง

1. "รูปกาย" คือตัวตนที่เชื่อว่า "เป็นเรา" คือร่างกายเราที่ปรารถนาให้มันมีความสุข (กาย) อันเป็น "รูปธรรม"

2. "นามกาย" คือตัวตนที่เชื่อว่า "เป็นเรา" คือจิตวิญญาณเราที่ปรารถนาให้มันมีความสุข (ใจ) อันเป็น "นามธรรม"

 
เวลา วันเสาร์, 03 กันยายน, 2565 , Blogger ไม่เสียชาติเกิด กล่าวว่า...

สาวกแต่ละศาสนานั้นจะรู้สึกว่า "ตัวตนทางใจ" เป็นเรามาอาศัย "ตัวตนทางกาย" อยู่ หรือเชื่อตามคำสอนในคัมภีร์ศาสนาที่สืบทอดกันมา แม้แต่คนไทยนับถือพุทธก็ยังเข้าใจไม่ต่างกัน การสอนว่า "อนัตตา" แปลว่า "ไม่มีเรา" จึงขัดกับความเชื่อในสังคมไทยอย่างมาก

แทบทุกคนเชื่อว่าตายแล้ว "มีเรา" เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดคงอยู่ และมีสถานที่หลังความตายที่เรียกว่า "แดนนรก-แดนสวรรค์" สำหรับคนชั่วและคนดีแยกกัน การสอนเรื่อง "กรรม" ที่มี "ชาติก่อน-ชาติหน้า" อย่าง "พราหมณ์-ฮินดู" จึงเข้ากับ "ศาสนาพุทธ" แบบไทยๆ อย่างลงตัว

 
เวลา วันเสาร์, 03 กันยายน, 2565 , Blogger ไม่เสียชาติเกิด กล่าวว่า...

การเชื่อเรื่อง "บาป-บุญ" จึงเป็นเรื่องดีในแง่ "จริยธรรม" ช่วยให้คนสังคม "ละชั่ว-ทำดี" ซึ่งไม่ต่างกับคำสอนพระพุทธเจ้าว่า "ละอกุศล-เจริญกุศล" เพื่อความสะอาดของกาย วาจา ใจ เกื้อกูลให้ศีล สมาธิ ปัญญางอกงาม

อย่างนี้แล้วบางคนย่อมเข้าใจผิดได้ว่า "การตรัสรู้" ของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่อง "ลวงโลก"

 

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก