วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565

"อนัตตา" แปลว่า "ไม่ใช่เรา" หรือ "ไม่มีเรา" ? - ปุถุชนเห็นว่า "รูปกาย" มัน "ไม่ใช่เรา" ได้ แต่ยังเห็นว่า "มีเรา" ใน "รูปกาย" อยู่ เราที่ว่านี้คือตัวตนที่เรียกว่า "นามกาย" อันหมายถึง จิต มโน วิญญาณซึ่งเกิดดับตลอดเวลา แต่ปุถุชนเชื่อว่าเป็นดวงเดียวเที่ยงแท้

3 ความคิดเห็น:

เวลา วันเสาร์, 03 กันยายน, 2565 , Blogger ไม่เสียชาติเกิด กล่าวว่า...

เพราะปุถุชนไม่เห็น "อนัตตา" แม้จะอ่านหรือฟังแล้วรู้ความหมายก็รู้อย่างปลอมๆ ไม่สามารถตัดกิเลสสังโยชน์ได้ขาด

การเรียนธรรมะโดยไม่ปฎิบัติ ไม่มี "จิตผู้รู้" ไม่เคยเห็น "ตัวตนนามธรรม" ที่มันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเป็น "สิ่งที่ถูกรู้" แต่ก็พูดตามตำราได้ว่า

 
เวลา วันเสาร์, 03 กันยายน, 2565 , Blogger ไม่เสียชาติเกิด กล่าวว่า...

1. ทั้งรูปกายและนามกาย "ไม่ใช่เรา" คิดเข้าใจด้วยสมองว่า "ร่างกาย" อันเป็นตัวตน(รูป) กับ "จิตใจ" อันเป็นตัวตน(นาม) เมื่อแยกธาตุแยกขันธ์ออกมาแล้วมันไม่ใช่เรา เป็นเพียงการรู้ผ่านภาษาย่อมไม่เกิดภูมิปัญญาอย่าง "พระโสดาบัน" จึงเชื่อว่ามีเราหลังจากตายเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเกิดใหม่ หรือไป "แดนสวรรค์" ไป "แดนนรก" ตามผล "กรรม"

2. ทั้งรูปกายและนามกาย "ไม่มีเรา" คิดเข้าใจด้วยสมองว่า "ร่างกาย" อันเป็นตัวตน(รูป) กับ "จิตใจ" อันเป็นตัวตน(นาม) เมื่อแยกธาตุแยกขันธ์ออกมาแล้วมันไม่มีเรา เป็นเพียงการรู้ผ่านภาษาย่อมไม่เกิดภูมิปัญญาอย่าง "พระอรหันต์" จึงเชื่อว่ามีเราหลังจากตายเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง "ไปแดนนิพพาน" หรือพูดว่า "นิพพาน" คือการไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีกแล้ว

 
เวลา วันเสาร์, 03 กันยายน, 2565 , Blogger ไม่เสียชาติเกิด กล่าวว่า...

ต่างกับนักปฏิบัติที่มี "จิตผู้รู้" เห็น "ตัวตน" ทั้งรูปกายและนามกายเป็น "สิ่งทีถูกรู้" โดยเรา (ตถาคต) จะเกิดมรรคผลนิพพานได้เพราะเห็นแจ้ง "อนัตตา" ได้จริง จึงตัดกิเลสสังโยชน์ได้ขาด จึงรู้ว่า "นิพพาน" มีอยู่แล้วต่อหน้าต่อตาในปัจจุบัน ไม่มีแดนนิพพานที่อยู่หลังความตาย

 

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก